[POSTER]การฆ่าเชื้อบนปริญญาบัตรสำหรับพิธีพระราชทานปริญญาบัตรจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดยการฉายรังสีเอกซ์

Updated: Oct 21, 2020

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, M3D Laboratory, สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์เเห่งชาติ (องค์การมหาชน), เเละ บริษัท เมติคูลี่ จำกัด ร่วมมือจัดทำโครงการ การฆ่าเชื้อบนปริญญาบัตรสำหรับพิธีพระราชทานปริญญาบัตรจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดยการฉายรังสีเอกซ์ เพื่อป้องกันเเละลดการเเพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ต่อผู้สัมผัสใบปริญญาในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร


โดยทั่วไป รังสีเอกซ์ (X-rays) เป็นคลื่นเเม่เหล็กไฟฟ้าที่มีพลังงานสูงสามารถทะลุผ่านสิ่งกีดขวางหนาๆได้และสามารถทำให้อะตอมของตัวกลางที่รังสีผ่าน เกิดการแตกตัวเป็นไอออน

วิธีการหนึ่งในการทำให้เกิดรังสีเอกซ์คือ การเร่งให้อิเล็กตรอนมีความเร็วสูงแล้วไปกระทบกับเป้า ทำให้รังสีเอกซ์ถูกปลดปล่อยออกมา ส่งผลให้สารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสเเละเเบคทีเรียก่อโรคถูกทำลาย


การฆ่าเชื้อด้วยการฉายรังสี ถูกนำไปใช้ในการทำให้เครื่องมือเเพทย์ปลอดเชื้อเเละยืดอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์อาหารส่งออก โดยค่าปริมาณรังสีดูดกลืนที่ใช้ฉายกับใบปริญญาบัตร เป็นค่าปริมาณรังสีดูดกลืนที่สามารถฆ่าเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ อยู่ในระดับที่ปลอดภัย เเละไม่มีกัมมันตภาพรังสีตกค้าง


เพื่อยืนยันประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโดยการฉายรังสีเอกซ์ ทางทีมวิจัยได้มีการนำเชื้อเเบคทีเรียเเกรมบวก G. Stearothermophilus ที่มีความทนทานต่อการฆ่าเชื้อด้วยรังสีมากกว่าเชื้อไวรัสโคโรนา (SARS-CoV-2) ไปฉายรังสีเอกซ์ในค่ารังสีดูดกลืนที่ 10 kGy* จากผลการทดสอบพบว่าการฉายรังสีเอกซ์สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในหลอดอาหารเลี้ยงเชื้อได้อย่างสมบูรณ์


นอกจากการทดสอบความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อด้วยรังสีเอกซ์ ทางทีมวิจัยได้ทำการทดสอบผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหลังจากการฉายรังสี ในด้านการเปลี่ยนแปลงคุณภาพสีของปริญญาบัตรและหมึกที่พิมพ์บนใบปริญญาบัตร โดยนำตัวอย่างใบปริญญาทั้งก่อนและหลังฉายรังสี ไปทดสอบการเปลี่ยนแปลงของสีด้วยเทคนิค CIE L*a*b* ซึ่งทดสอบโดยเครื่องวัดและเทียบสี (Spectrophotometer) จากผลการทดสอบ พบว่า ค่าความเปลี่ยนแปลงของสี หรือ ΔE มีค่าที่น้อยมาก ไม่สามารถสังเกตถึงการเปลี่ยนแปลงได้ด้วยตาเปล่า


* ปริมาณรังสีดูดกลืน (กิโลเกรย์, kGy) คือ การวัดปริมาณพลังงานรังสีใดๆ ที่วัตถุตัวกลางดูดกลืนไว้ได้เมื่อได้รับรังสี




246 views0 comments